ใช้นวัตกรรมเลื่อนวิทยฐานะ เพิ่มช่องครูพัฒนาการสอน

บอร์ดก.ค.ศ.ไฟเขียว ใช้นวัตกรรมเลื่อนวิทยฐานะ เพิ่มช่องครูพัฒนาการสอน ยื่นได้ 1 ต.ค.นี้

นายประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการก.ค.ศ. ที่มีพล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เป็นประธาน เมื่อเร็วๆ นี้ มีมติเห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู ผู้มีผลงานการสร้างและพัฒนานวัตกรรม เลื่อนเป็นวิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ วิทยฐานะครูเชี่ยวชาญ และวิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษ โดยกำหนดเพิ่มเติมเป็นหมวด 7 และหมวด 8 ในหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู (ว 9/2564)

นายประวิต กล่าวต่อว่า โดยการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู ผู้มีผลงานการสร้างและพัฒนานวัตกรรม ตาม (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการนี้ เป็นการประเมินเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู สร้างและพัฒนานวัตกรรมเพื่อนำไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ โดยมุ่งผลสัมฤทธิ์และผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดประโยชน์ในการสร้างคุณค่าต่อการพัฒนาการศึกษา ชุมชน สังคม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ และมีเส้นทางความก้าวหน้าในวิชาชีพครู โดยสามารถนำนวัตกรรมที่สร้างหรือพัฒนามาใช้เป็นผลงานในการขอเลื่อนวิทยฐานะได้ทำให้การประเมินวิทยฐานะข้าราชการครูสอดคล้องกับสภาพการปฏิบัติงานจริงและบริบทการจัดการศึกษาที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น เป็นการสนับสนุนให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ประดิษฐ์ คิดค้น สร้างสรรค์นวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อการจัดการเรียนรู้ได้พัฒนาทักษะการเป็นนวัตกร ซึ่งครูที่มีผลงานในการสร้างนวัตกรรม ต้องสาธิตการนำนวัตกรรมไปใช้ในการจัดการเรียนรู้หรือการพัฒนาผู้เรียน ให้สอดคล้องกับแผนการจัดการเรียนรู้ จึงเป็นการประเมินวิทยฐานะที่มุ่งเน้นผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นสำคัญ และยังถือเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้ข้าราชการครูที่มีความถนัดในการสร้างและพัฒนานวัตกรรม ประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ในการสร้างคุณค่าต่อการพัฒนาการศึกษา ชุมชน สังคม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ ซึ่งการประเมินตามหลักเกณฑ์และวิธีการฯ นี้ เป็นการใช้รูปแบบการประเมินภายใต้ Platform ระบบ DPA ทำให้กระบวนการประเมินเป็นมาตรฐานเดียวกัน นอกจากนี้ได้เพิ่มเติมการกำหนดคุณสมบัติเกี่ยวกับการมีวินัย คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ โดยกำหนดคุณสมบัติของผู้ขอรับการประเมินว่า ต้องไม่ถูกลงโทษทางวินัย และไม่เคยถูกวินิจฉัยชี้ขาดทางจรรยาบรรณวิชาชีพ ตั้งแต่ภาคทัณฑ์ขึ้นไป หรือไม่เคย ถูกลงโทษทางจริยธรรม หากปีใดข้าราชการครูถูกลงโทษทางวินัย หรือถูกวินิจฉัยชี้ขาดทางจรรยาบรรณวิชาชีพ ตั้งแต่ภาคทัณฑ์ขึ้นไป หรือถูกลงโทษทางจริยธรรม ไม่ให้นำระยะเวลาในปีนั้นมาใช้เป็นคุณสมบัติตามข้อนี้

“ทั้งนี้ การแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ว 9/2564 ให้มีผลใช้บังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป เนื่องจากต้องมีการพัฒนาระบบ DPA เพื่อรองรับการเพิ่มห้องเรียนการสร้างและพัฒนานวัตกรรม การกำหนดรูปแบบไฟล์วีดิทัศน์ประกอบการขอเลื่อนวิทยฐานะ รวมทั้งเพื่อให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้ศึกษาข้อมูลและมีเวลาเตรียมข้อมูลหลักฐานประกอบการยื่นคำขอ สำหรับการกำหนดวิธีการดำเนินการของหน่วยงานในสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ในเบื้องต้นเห็นควรกำหนดชื่อหน่วยงานเช่นเดียวกันกับ (ร่าง) โครงสร้างการแบ่งส่วนราชการของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ซึ่งกรมส่งเสริมการเรียนรู้ได้เผยแพร่ในเว็บไซต์เป็นทางการ ไปพลางก่อน หากศธ. พิจารณากำหนดกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมส่งเสริมการเรียนรู้เป็นประการใดแล้ว จะได้กำหนดรายละเอียดให้เป็นไปตามที่ศธ.กำหนดต่อไป” นายประวิต กล่าว

นายประวิต กล่าวต่อด้วยว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบ การกำหนดค่าธรรมเนียมการสมัครสอบสำหรับการสรรหาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย เพื่อให้สถานศึกษามีครูทดแทนตำแหน่งว่างโดยเร็ว และเพื่อประโยชน์ของทางราชการ แต่เนื่องจากมีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณที่ใช้ในการดำเนินการ ดังนั้น ก.ค.ศ. พิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อให้การดำเนินการสรรหาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนราชการสามารถดำเนินการได้อย่างมี ประสิทธิภาพ จึงเห็นชอบให้ส่วนราชการกำหนดค่าธรรมเนียมการสมัครสอบสำหรับการสรรหาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ทั้งนี้ ต้องไม่ขัดหรือแย้งกับกฎหมายหรือระเบียบ ที่เกี่ยวข้อง

ที่มา : การศึกษา – มติชนออนไลน์